นางสาวณัฐกานต์ ใจภักดี ม.6/1 เลขที่41

กิจกรรมที่1ให้นักเรียนตั้งคำถามอะไรที่ต้องรู้อะไรที่ต้องทำในแต่ล่ขั้นตอนวิธีการทางประวัติศาสตร์(ขั้นตอน)

1.ขั้นตอนแรกของวิธีการทางประวัติคืออะไร?
ตอบ=ขั้นตอนที่ 1  การตั้งประเด็นที่จะศึกษา นับว่าเป็นขั้นตอนแรกของวิธีการทางประวัติศาสตร์ที่ นักประวัติศาสตร์ หรือผู้สนใจทางประวัติศาสตร์มีความสนใจอยากรู้ เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ตอนใดตอนหนึ่ง โดยตั้งประเด็นคำถามว่า ศึกษาเรื่องอะไรในช่วงเวลาใด ทำไมจึงต้องศึกษา

2.จงอธิบายขั้นตอนที่สองทางประวัติศาสตร์คืออะไร?
ตอบ=ขั้นตอนที่ 2  สืบค้นและรวบรวมข้อมูล ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ คือ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สามารถสอบสวนเข้าไปให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นได้ ประกอบด้วยหลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น โบราณสถาน โบราณวัตถุ คำบอกเล่าของผู้เห็นเหตุการณ์ และหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น ศิลาจารึก จดหมายเหตุ บันทึกและเอกสารต่างๆ ในการสะสม และรวบรวมข้อมูล ต่าง ๆ เหล่านี้ นักประวัติศาสตร์จำเป็นต้องใช้วิจารณญาณของตนสำรวจ เนื่องจากข้อมูลแต่ละประเภทเป็นผลิตผลที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นโดยมีจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน ดังนั้นต้องค้นหาต้นตอหรือสาเหตุของข้อมูลอย่างลึกซึ้งเท่าที่จะทำได้ เพื่อป้องกันมิให้ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ถูกบิดเบือน

3.จงอธิบายขั้นตอนที่สามทางประวัติศาสตร์?
 ตอบ=ขั้นตอนที่ 3 การวิเคราะห์และตีความข้อมูลทางประวัติศาสตร์ โดยการนำข้อมูลที่ได้สืบค้นรวบรวม คัดเลือก และประเมินไว้แล้ว นำมาพิจารณาในรายละเอียดทุกด้าน ซึ่ง นักประวัติศาสตร์ต้องใช้เหตุผลเป็นแนวทางในการตีความเพื่อนำไปสู่การค้นพบข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่ถูกต้อง

4.จงอธิบายขั้นตอนทางประวัติศาสตร์ขั้น4?
 ตอบ= ขั้นตอนที่ 4  การคัดเลือกและประเมินข้อมูล นักประวัติศาสตร์จะต้องนำข้อมูลที่ได้รวบรวมไว้มาคัดเลือก และประเมินเพื่อค้นหาความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลกับข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่ต้องการ

5.จงอธิบายขั้นตอนสุดท้ายทางประวัติศาสตร์?
ตอบ=ขั้นตอนที่ 5  การเรียบเรียงรายงานข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับอันเป็นผลมาจากการวิเคราะห์และการตีความข้อมูล  หรืออธิบายข้อสงสัย  เพื่อนำเสนอข้อมูลในลักษณะที่เป็นการตอบ ตลอดจนความรู้  ความคิดใหม่ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าในรูปแบบการรายงานอย่างมีเหตุผล


กิจกรรมที่3ให้นักเรียนหาเรื่องที่นักเรียนสนใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์1เรื่อง

ฝรั่งเศสมีอิทธิพลต่อการปกครองไทยยุคแรก

จากรายงาน "ย้อนอดีต มองอนาคต 160 ปี สัมพันธ์'ไทย-ฝรั่งเศส'(1)" ในเว็บไซต์มติชนออนไลน์ระบุว่า นักศึกษาไทยที่ไปเล่าเรียนศึกษาในฝรั่งเศสหลายท่านก็กลับมามีบทบาทด้านการปกครองในไทย ไม่ว่าจอมพล ป. พิบูลสงคราม นายปรีดี พนมยงค์ หรือ นายควง อภัยวงศ์
ขณะที่ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่มีความโดดเด่นอีกท่านหนึ่งคือ ดร.ถนัด คอมันตร์ ก็เป็นนักเรียนฝรั่งเศสและเป็นผู้ก่อตั้งอาเซียนด้วย
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเคยดำรงตำแหน่งนายกสภากิติมศักดิ์ ของสมาคมสยามเพื่อภูมิปัญญาและอนุเคราะห์ซึ่งกันและกันImage copyrightKEYSTONE-FRANCE/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเคยดำรงตำแหน่งนายกสภากิติมศักดิ์ ของสมาคมสยามเพื่อภูมิปัญญาและอนุเคราะห์ซึ่งกันและกัน
หากพิจารณาจากข้อมูลของสมาคมนักเรียนไทยในฝรั่งเศส ในพระบรมราชูปถัมภ์ จะพบว่าในด้านการศึกษานั้นทั้งไทยและฝรั่งเศสมีความสัมพันธ์กันทุกระดับ สมาคมนักเรียนไทยในประเทศฝรั่งเศสฯได้เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2466 แต่เดิมใช้ชื่อว่า สามัคยานุเคราะห์สมาคม (ส.ย.า.ม.) หรือ Association Siamoise d'Intellectualité et d'Assistance Mutuelle (S.I.A.M.) ซึ่งมีความหมายว่า สมาคมสยามเพื่อภูมิปัญญาและอนุเคราะห์ซึ่งกันและกันโดยได้ทูลเชิญ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งขณะนั้นดำรงพระราชอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมหลวงสุโขทัยธรรมราชา ขึ้นดำรงตำแหน่งสภานายกกิตติมศักดิ์
นอกจากนี้ นายปรีดี พนมยงค์ อดีตนายกรัฐมนตรี ก็เคยดำรงตำแหน่งสภานายก​สมาคมสยามฯ​ ด้วย 2 สมัยในปี 2468 และ 2469

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

วัดหลวง จังหวัดอุบลราชธานี